# ความถี่วิทยุสื่อสารในไทย: ใช้ได้ ห้ามใช้ และต้องขออนุญาต คุณเคยเปิดวิทยุแล้วไม่เข้าใจว่ากำลังใช้ความถี่อะไร หรือวิ่งตามรถของหน่วยงานอื่นแล้วไม่รู้ว่าพวกเขาใช้ช่วงความถี่ไหน? **ในไทย มีกว่า 20 ช่วงความถี่ที่อนุญาตให้ใช้** — บางช่วงใช้ฟรีได้เลย บางช่วงต้องขออนุญาตจากกระทรวง บางช่วงห้ามใช้เด็ดขาด และ **ถ้าใช้ผิด คุณอาจโดนปรับสูงสุด 50,000 บาท หรือติดคุก 3 ปี** ตามพระราชบัญญัติวิทยุ พ.ศ. 2508 บทความนี้ผมจะแตกไข่ให้คุณเห็นชัดเจน ว่า **ช่วงความถี่ไหนของไทยสามารถใช้ได้ฟรี ช่วงไหนต้องขออนุญาต และช่วงไหนห้ามใช้แล้ว** — พร้อมตัวเลขจริงและวิธีตรวจสอบความถูกต้องของวิทยุของคุณ --- ## 📋 TL;DR — สรุปด่วนสำหรับคนรีบ - **ความถี่ VHF 144-146 MHz** (Amateur Radio) — **ใช้ฟรีได้** ต่อเมื่อขอใบอนุญาต ไม่มีค่าใช้บริการ แต่ต้องสอบข้อเขียน - **ความถี่ UHF 430-440 MHz** (Amateur Radio) — **ใช้ฟรีได้** เหมือนกับ VHF ต้องมีใบอนุญาตจากสำนักวิทยุโทรศัพท์ - **ความถี่ VHF 148-174 MHz** (UHF ที่มีการกำหนด) — **ต้องขออนุญาตพิเศษ** สำหรับการค้นหาและช่วยเหลือ, วิทยุสถานีทั่วไป, หน่วยงานรัฐ - **ความถี่ UHF 400-470 MHz** — **ต้องขออนุญาตจาก NBTC** (สำนักงานคณะกรรมการวิทยุโทรศัพท์แห่งชาติ) - **ความถี่ CB Radio 27 MHz** — **ห้ามใช้อย่างสิ้นเชิง** (ยกเว้นการนำเข้า/ส่งออก) --- ## 🌍 ทำไมเรื่องความถี่วิทยุในไทยถึงซับซ้อน? ก่อนจะเข้าเนื้อหาเต็มๆ คุณต้องเข้าใจภาพใหญ่ก่อน **ไทยเป็นสมาชิก ITU (International Telecommunication Union)** ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 — องค์การสหประชาชาติ ที่กำหนด "กฎเกมวิทยุโลก" การแบ่งความถี่ของแต่ละประเทศต้องไม่รบกวนประเทศข้างเคียง (ไทยติดกับลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย) **สำนักวิทยุโทรศัพท์ (สวร.)**คือ "ผู้ดูแล" ความถี่ที่อนุญาตทั้งหมดในไทย — ถ้าวิทยุของคุณใช้ความถี่นอกเหนือที่กำหนด จะเป็นการทำลายสัญญาณเครือข่ายของ **ทหาร, ตำรวจ, โรงพยาบาล, บินหลวง, ท่าเรือ** พอ ลองนึกดูว่าหลังเหตุการณ์ถมดินริมเชื้อ คนที่ปิดสัญญาณเรดโดไม่ได้แล้วคนตายไปกี่คน — นี่คือเหตุผลว่าทำไมกฎเรื่องความถี่จึงเข้มงวด > **💡 เคล็ดลับ:** ถ้าคุณเคยเห็นรถตำรวจ, รถดับเพลิง, รถพยาบาล พูดคุยกันทาง "วิทยุ" — เขาใช้ความถี่ที่คนธรรมชาติห้ามแตะต้องเด็ดขาด --- ## 📡 ความถี่วิทยุไทยอนุญาต: มาเห็นรายละเอียดจริงๆ ### 🟢 ความถี่ที่ใช้ได้ฟรี (ต้องมีใบอนุญาต แต่ไม่มีค่าใช้บริการ) #### **VHF 144–146 MHz — Amateur Radio (วิทยุสมัครเล่น)** นี่คือ "ชาวบ้านเข้าบ้านชาวบ้าน" ของวิทยุไทย - **ใครใช้?** นักวิทยุสมัครเล่น (Ham Radio Operator) — คนที่สอบได้ใบอนุญาตจาก สวร. - **เงื่อนไข:** - ต้อง **สอบข้อเขียน** จำนวน 40 ข้อ ผ่าน 70% (ข้อมูลจากสวร. ปีที่แล้ว ผู้สอบราว 800-1,000 คนต่อปี) - ขออนุญาตเสียก่อน แต่ไม่เสียค่าใช้บริการ - ต้องลงทะเบียนเครื่องอักษรเดียว (Call Sign) เช่น **HS0ABC** (HS = ประเทศไทย) - **ความจุ:** ความถี่ระหว่าง **144.000–145.800 MHz** (สำหรับส่ง), **145.200–146.000 MHz** (สำหรับรับ) - **ข้อบังคับ:** ต้องให้รหัสตัวตนตัวเองอย่างน้อย 1 ครั้ง ในการติดต่อสื่อสารแต่ละครั้ง — เหมือนคนพูดโทรศัพท์ต้องบอกชื่อตัวเอง > **📌 สรุปสำคัญ:** VHF 144–146 MHz เป็นความถี่ "วิทยุสมัครเล่น" ประวัติศาสตร์ยาวนาน — เมื่อปี ค.ศ. 1960 ถ้าคุณอยากใช้งาน ต้องสอบและขออนุญาตจาก สวร. การสอบเกี่ยวกับ กฎหมายวิทยุ, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การส่งเสริม ความปลอดภัย และจริยธรรมของวิทยุคน --- #### **UHF 430–440 MHz — Amateur Radio (วิทยุสมัครเล่น)** เหมือน VHF แต่ใช้คลื่นที่สูงขึ้น — **ค่าเดิม เงื่อนไขเดิม ต้องสอบเดิม** - **ใครใช้?** นักวิทยุสมัครเล่นเดียวกัน (ถ้าสอบผ่านแล้ว ใช้ได้ทั้ง VHF และ UHF) - **ความจุ:** ความถี่ระหว่าง **430.000–438.000 MHz** - **ข้อบังคับ:** เหมือน VHF — ต้องให้รหัสตัวตนเสมอ - **ข้อดี:** UHF เข้ากำแพง, ตึก, ป่า ได้ดีกว่า VHF (คลื่นสั้นกว่า = ทะลุวัสดุได้ง่าย) - **ข้อด้อย:** ไม่มีรีเปเตอร์ (repeater) แบบ UHF ในไทยเท่าที่มีใน VHF — โครงข่ายเล็กลง **มีกี่คนในไทยที่มีใบอนุญาต?** สวร. ไม่เปิดเลขจำนวนคน แต่ประมาณมี **5,000–10,000 ท่านถือใบอนุญาต** (ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา) — นั่นคือมีความกว้างขวางแต่ไม่ถึงขั้น "นิยมตลาดมวล" > **⚠️ ข้อควรระวัง:** ห้ามซื้อวิทยุ Amateur มาแล้วใช้เลยโดยไม่ขออนุญาต — วิทยุ ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ และถ้าสวร. ตรวจได้ว่าใช้โดยไม่ได้รับใบอนุญาต อาจโดนปรับสูงสุด **50,000 บาท** หรือ **ติดคุก 3 ปี** ตามพระราชบัญญัติวิทยุ พ.ศ. 2508 --- ### 🟡 ความถี่ที่ต้องขออนุญาตจาก สวร. (ต้องเสียค่าใช้บริการ) #### **VHF 148–174 MHz — วิทยุสถานีทั่วไป, ค้นหาและช่วยเหลือ, หน่วยงานรัฐ** ช่วงนี้คือ "ทรี่การแบ่งปันความถี่" — มีความถี่ที่จัดสรรไว้สำหรับหลายประเภท | **ความถี่ (MHz)** | **ใช้โดย** | **ตัวอย่าง** | **ต้องขออนุญาต?** | |---|---|---|---| | 148.00–149.90 | วิทยุสถานีทั่วไป (ส่วนตัว) | รถบริษัท, ผู้บริหาร | ใช่ | | 150.00–151.90 | หน่วยงานรัฐ, ค้นหาช่วยเหลือ | ตำรวจ, ดับเพลิง, พยาบาล | ใช่ (เฉพาะหน่วยงาน) | | 152.00–161.45 | วิทยุสถานีทั่วไป, หน่วยงานรัฐ | ศูนย์กำหนดการขนส่ง | ใช่ | | 162.00–174.00 | ใช้ร่วมกัน (บ่อยครั้ง) | โครงข่ายสื่อสาร | ใช่ | **ตัวอย่างจริง:** บริษัทขนส่งสินค้า (กำหนดการ) ต้องการให้คนขับรถคุยกับสำนักงานตรวจสต็อก — พวกเขาต้องไปยื่นเรื่องขอใบอนุญาตใช้ VHF ที่ สวร. (เขต กทม. และปริมณฑล) แล้วหา "คู่ความถี่ที่ว่าง" (ความถี่ที่ไม่มีใครใช้แล้ว) ตัวอย่างคือ **151.345 MHz** — แล้วค่าขอใบอนุญาตประมาณ **1,500–3,000 บาท/ปี** ต่อเครื่องหนึ่ง > **💡 เคล็ดลับ:** ถ้าคุณเป็นหน่วยงานรัฐ (ตำรวจ, ดับเพลิง, โรงพยาบาล) มีความถี่ที่ **จัดสรรไว้หมดแล้ว** — คุณไม่ต้องเสียเวลา "หาคู่ความถี่" เพราะสวร. ได้จัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว --- #### **UHF 400–470 MHz — วิทยุสถานีทั่วไป, หน่วยงานรัฐ** เหมือน VHF แต่คลื่นสูงกว่า — **ต้องขออนุญาต + เสียค่าใช้บริการ** - **ใครใช้?** บริษัท, หน่วยงาน, เหล่าอำนาจสัง, ปศุสัตว์ (ร.ร. สัตวแพทย์) - **เงื่อนไข:** - ต้องยื่นใบสมัครไปที่ สวร. (มีไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลด) - ต้องเสีย **ค่าป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Fee)** ประมาณ **2,000–5,000 บาท/ปี** (ขึ้นอยู่กับเครื่องจำนวนและพื้นที่ความครอบคลุม) - ต้องลงทะเบียนคนประกอบการและคนที่ควบคุมวิทยุ (Operator) - **ความจุ:** ความถี่ระหว่าง **400.000–470.000 MHz** - **ข้อดี:** คลื่นสั้น = ทะลุตึกได้ดี, ห่างไกลและใกล้ใช้ได้ดี, มีรีเปเตอร์เชื่อมต่อ - **ข้อด้อย:** ค่าใช้บริการสูงกว่า VHF, ต้องฟอร์มเอกสารเยอะ **มีหลากหลายครั้ง** ที่คนไทยยื่น UHF ไป ตัวอย่าง: ธุรกิจก่อสร้าง (วิศวกร+คนงาน ติดต่อกัน), คิว (ตัวแทนโปรแกรมจัดหา), ซ้อม, เหล่าอำนาจสัง (ศูนย์บัญชาการ) > **📌 สรุปสำคัญ:** UHF มีความถี่มากมายเพราะแต่ละหน่วยงาน/บริษัท ต้องการความถี่ประเทศเป็นของตัวเอง — **ห้ามแชร์ความถี่** (ถ้าแชร์กัน คลื่นจะชนกัน = เสียหายต่อกัน) --- #### **ความถี่เฉพาะ "ค้นหาและช่วยเหลือ" (Search and Rescue)** **146.52 MHz (VHF)** และ **462.5625 MHz (UHF)** — ความถี่ที่จัดสร